ณ ดินแดนสามประสบ อันเป็นที่บรรจบกันของลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ซองกาเรีย บิคลี่ และ รันตี หลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล พหลนราทร์ มหาคณิย์สร บวรสังฆาราม คามวาสี) ร่วมกับชาวบ้าน ชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้สร้างกุฏิ ศาลาขึ้น เพื่อเป็นสำนักสงฆ์ และต่อมาได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นวัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2505 มีชื่อว่า "วัดวังก์วิเวการาม"
ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2511 ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้เริ่มต้นโครงการสำรวจแควน้อย (ซึ่งแม่น้ำแควน้อยรับน้ำมาจากลำน้ำบิคลี่ ซองกาเรีย และรันตี ก่อนไหลรวมไปบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่และกลายเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ ต.ปากแพรก จ.กาญจนบุรี) จากการสำรวจพบว่าบริเวณเขาแหลมเหมาะที่จะสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดย ครม. มีมติอนุมัติโครงการเขื่อนเขาแหลมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 9,110 ล้านบาท การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 มีงานรัฐพิธีเปิดในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2529 จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานชื่อใหม่ว่า "เขื่อนวชิราลงกรณ์" เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
"เขื่อนวชิราลงกรณ์" หรือชื่อเดิม "เขื่อนเขาแหลม" ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จากการสร้างเขื่อนเขาแหลมเมื่อเริ่มกักเก็บน้ำจะทำให้น้ำท่วมบริเวณวัดหลังเก่า ทำให้วัดรวมถึงชาวบ้านราว 1,000 ครอบครัวต้องย้ายไปยังที่ใหม่ในบริเวณปัจจุบัน และในช่วงหน้าแล้งเมื่อน้ำลดลงเราจะยังคงสามารถมองเห็นวัดหลังเก่า และปัจจุบันจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ Unseen Thailand
จากวัดสู่ชุมชนมอญบ้านวังกะ ที่ผูกพันธ์กันมาอย่างยาวนาน ชุมชนชาวมอญแห่งนี้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2491 - พ.ศ. 2495 ชาวมอญกลุ่มแรกเดินทางจากเมืองเมาะละแหม่ง อันเนื่องมาจากเหตุความไม่สงบในทางการเมือง ได้มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านวังกะล่าง ห่างจากที่ว่าการกิ่งอำเภอวังกะ ประมาณ 3-5 กิโลเมตร แต่การเดินทางจากหมู่บ้านไปยังกิ่งอำเภอยากลำบากมาก เพราะบริเวณที่ว่าการเป็นป่ารกทึบ หลวงพ่ออุตตมะจึงเจรจาขอที่ดินฝั่งตรงข้ามอำเภอ คนละฝั่งแม่น้ำซองกาเรีย ให้ชาวมอญตั้งหลักแหล่ง ช่วยกันหักร้างถางพงและทำนุบำรุงอำเภอ
พื้นที่บ้านวังกะหมู่ 2 เดิมอยู่ในที่ราบลุ่มและหุบเขา เมื่อปี พ.ศ. 2521 ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้เวนคืนที่ดิน เพื่อจัดสร้างเขื่อน หลวงพ่อจึงขอที่ดินใหม่จากการไฟฟ้าฯ มาสร้างวัดและแบ่งส่วนให้ชาวบ้านสร้างเป็นที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ รอบๆ อ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม
จากเรื่องราวในอดีตจึงไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียแห่งนี้ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีความยาว 445 เมตร ถึงได้ถูกสร้างขึ้นมาจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2530 เนื่องมาจากความร่วมแรงร่วมใจด้วยแรงศรัทธาที่มีพ่อหลวงพ่ออุตตมะ จึงตั้งชื่อสะพานนี้ว่า "สะพานอุตตมานุสรณ์" (หรือ "สะพานมอญ" )
สะพานแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเรื่อยมาจนกระทั่ง ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 สะพานได้พังลง เนื่องจากฝนตกหนักสะสม ประกอบกับมีสวะ และเศษไม้พัดมา บวกกับแรงน้ำที่เชี่ยวกราก ปะทะเข้ากับตอม่อของสะพาน ชาวบ้านและเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ ได้ร่วมกันก่อสร้างสะพานลูกบวบขึ้น เพื่อใช้เป็นสะพานชั่วคราว สามารถสร้างได้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่นาน จากนั้นทางจังหวัดได้ทำสัญญาว่าจ้างแบบวิธีพิเศษกับผู้รับเหมารายหนึ่ง ในวงเงินงบประมาณ 16,347,000 บาท เพื่อดำเนินการซ่อมแซมสะพาน กำหนดสัญญา 120 วัน (ในช่วง 8 เม.ย.57 ถึง 6 ส.ค.57) แต่ผลการดำเนินงานไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้ชาวบ้านใน อ.สังขละบุรี ออกมาคัดค้านเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา โดยมีทหารเข้ามาไกล่เกลี่ยและยืดเวลาให้ผู้รับเหมาอีก 30 วัน แต่ก็ไม่สามารถซ่อมได้เสร็จตามกำหนด จนในที่สุดทหารช่างจากค่ายค่ายสุรสีห์ ร่วมกับชาวบ้านและวัดได้ร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมต่อ จนแล้วเสร็จและเปิดใข้สะพานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็น"วันครบรอบชาตกาล 104 ปี หลวงพ่ออุตตมะ"
สะพานมอญแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สะพานที่ใช้สัญจรไปมาระหว่างผู้คนสองฟากฝั่งลำน้ำซองกาเรียเท่านั้น แต่ยังเป็นอนุสรณ์ถึงแรงศรัทธาของชาวชุมชนใกล้เคียงที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ และพระพุทธศาสนา เป็นสะพานที่เป็นมากกว่าสะพานไม้ทั่วไป หากแต่เป็น "สะพานแห่งความสามัคคีและแรงศรัทธา"
| "หงส์" สัญลักษณ์ประจำชาติมอญ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น